เที่ยวยโสธร

เที่ยวพระมหาเจดีย์ชัยมงคล

ชิว ชิว

ภูมิใจนำเสนอ

ปฏิทินของจุ๊บจิ๊บ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

เคล็ดลับการดูแลร่างกาย 12 ข้อ

1. หวีผมบ่อยๆ: หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อยช่วยให้ตาสว่างและรากผมแข็งแรง(ใช้หวีซี่ห่างหน่อยแปรงเบาหน่อยเพื่อกันผมหลุด)

2. ถูใบหน้าบ่อยๆ: ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อนหลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2 ข้างถู หน้าเบาๆ บ่อยหน่อยเพื่อกระตุ้น ให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใบหน้าเปล่งปลั่ง

3. เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ: ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือจ้อง อะไรนานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง

4. กระตุ้นใบหูบ่อยๆ: การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงาน ของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว

5. ขบฟันบ่อยๆ: ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ) ช่วยให้ฟันแข็งแรง และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

6. ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ: ใช้ปลายลิ้น กระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลัง ลมปราณตู๋และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย
7. กลืนน้ำลายบ่อยๆ: การกลืนน้ำลายบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร

8. หมั่นขับของเสีย: หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ อาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง เพื่อ ป้องกันท้องผูก

เมื่อปวดปัสสาวะหรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ

และการดูดซึมสารพิษ (กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย

9. ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ: ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น

10. ขมิบก้นบ่อยๆ: การขมิบก้นบ่อยๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวารและท้องผูก

11. เคลื่อนไหวทุกข้อ: การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไปทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อนไหวข้อต่างๆ

ให้ครบทุกข้อทุกวัน ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่น การฝึกชี่กง ไท ้เก้ก โยคะ ฯลฯ

12. ถูผิวหนังบ่อยๆ: ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกายคล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ มีส่วนช่วยให้ เลือดและพลังไหลเวียนดี


ใครที่อยากนอนหลับสบายตลอดคืน วันนี้มีวิธีผ่อนคลายก่อนเข้านอนมาบอก

- ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
ก่อนการเข้านอน ถ้าจำเป็นต้องดื่ม ก็ควรดื่มไม่เกิน 2 แก้ว

- ปิดโทรศัพท์ก่อนเข้านอน เพื่อไม่ให้มีใครโทรมารบกวนเวลาที่ใกล้จะหลับ

- นอนที่ที่รู้สึกสบายที่สุด และเป็นที่นอนที่ไม่เป็นแอ่ง
เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังและปวดไหล่ตอนตื่นนอนได้

- เลือกหมอนที่รู้สึกว่านอนแล้วรับกับลำคอ

- อาจเปิดเพลงช้าๆ ฟังสบายๆ เพื่อทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
อาจเป็นพลงบรรเลงเบาๆ หรือฟังเพลงโปรดก็ได้

- ก่อนนอนพยายามเปิดแสงไฟนวลตา หรือไฟสีเหลืองส้มจะทำให้ดวงตา
ปรับแสงได้ดี ประสาทตาทำงานน้อยลง หลังจากปิดไฟนอนจะหลับสบายมากขึ้น

- ก่อนนอนใส่เสื้อผ้าสบายๆ เลือกใส่ชุดนอนที่เป็นผ้าสบายๆ
ไม่หนามากจนเกินไป เพื่อให้เหมาะกับอากาศ เและไม่ควรใส่ชุดชั้นในเวลานอน

- ค่อยๆล้มตัวลงนอนกับหมอนนุ่มๆ แล้วสูดหายใจเข้าออกยาวๆ หลายๆครั้ง
เมื่อเริ่มรู้สึกผ่อนคลายแล้วก็ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง

เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้หลับสบายตลอดคืนแล้ว.

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

7 เคล็ดลับ กินอย่างไรไม่ให้อ้วน


7 เคล็ดลับ กินอย่างไรไม่ให้อ้วน


ในยุคที่กระแสคนรักสุขภาพกำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก รวมทั้งคนไทย การกินเพื่อสุขภาพคือสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจ เพราะการกินไม่ใช่แค่การสนองความต้องการหรือให้อิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังต้องคำนึงถึงผลที่มีต่อสุขภาพด้วย
อ.กัญชลี ทิมาภรณ์ นักโภชนาการโรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า อาหารและสุขภาพเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน การเกิดโรคบางชนิดก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม หลายคนเคยหลงรูป รส หรือความสะดวกรวดเร็วของอาหารที่แฝงไปด้วยพิษภัยอย่างเงียบๆ เช่น ฟาสต์ฟูด อาหารสำเร็จรูป เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมฯลฯ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินที่ผิดและตกยุค

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จนเกิดกระแสรักสุขภาพและการกินเพื่อสุขภาพตามมา ดังนั้น จึงขอแนะนำ 7 เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพเพื่อให้นำไปใช้กัน



1.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและสมองแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น


2.เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์(มอลต์) ถั่ว ข้าวสาลี (โฮลวีต) เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีนที่ปราศจากคอเลสเตอรอลและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีสารแอนติออกซิแดนท์ ใยอาหารและปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ หรืออาจเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลจากมอลต์ เป็นต้น


3.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหารและทานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยนำคอเลสเตอรอลและสารก่อมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งบางชนิด และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4.ลดขนมขบเคี้ยวและขนมอบ ที่มีแต่ไขมัน เกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากทานขนมอาจหันมาทานขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมที่มีประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น



5.กินปลา ไข่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วยเสริมสร้างร่างกายในผู้เยาว์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลายในผู้สูงวัย เป็นส่วนประกอบของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น


6.ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีน้ำตาลสูง การดื่มน้ำผักผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัน


7.ดื่มน้ำและนมให้เป็นนิสัย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและมีน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยชนิดของนม ขึ้นอยู่กับวัย หากเป็นเด็กทีกำลังเจริญเติบโตควรเป็นนมจืดธรรมดา แต่ในผู้สูงอายุควรเป็นนมพร่องมันเนยเพื่อมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล


“การกินเพื่อสุขภาพมีหลากหลายวิธี อยู่ที่ใครจะเลือกปฏิบัติแบบใด แต่หลักง่ายๆ คือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ครบทุกมื้อ แต่เลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจึงจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อารมณ์ที่สดใส และห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ” อ.กัญชลี ให้คำแนะนำทิ้งท้าย

ขอขอบคุณข้อมูล จาก www.newswit.com

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ไหว้พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด



พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์ใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน เป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม องค์พระมหาเจดีย์ก่อสร้างบนเนื่อที่ 101 ไร่ มีความกว้าง 101 เมตร ความยาว 101 เมตร และสูง 101 เมตร เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

กาลครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม







กาลครั้งหนึ่งก่อนจะมาเป็น Freshy










หนึ่งรางวัลที่ภาคภูมิใจ เมื่อเรามาเรียนที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

''เมื่อเราทำความดี สักวันย่อมมีคนเห็น ''

ทุนส่งเสริมนักกิจกรรม
ปีการศึกษา 2552











"เมื่อฉันเป็นน้องใหม่ ต้องทำกิจกรรมมากมาย"












เมื่อฉันต้องออกค่าย เป็นสีสัน ความสนุกสนาน
ความปลาบปลื้มใจ ที่เรามีโอกาสทำเพื่อชุมชน
รอยยิ้มของทุกคนออกมาจากใจจริง








นี่เป็นแค่เพียงบางส่วนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ให้ฉัน ที่สำคัญที่สุดคือความภาคภูมิใจ ที่เด็บ้านนอกหนึ่งคนได้เรียนระดับอุดมศึกษา แล้วได้มีโอกาสทำกิจกรรมดีๆ เพื่อส่วนรวม แต่สิ่งที่ฉันยังหวังในวันนี้ ก็คือใบปริญญาเพียงหนึ่งใบ ที่จะทำให้พ่อแม่ของฉันนั้นภาคภูมิใจ และมันคืออนาคตทั้งชีวิตของฉัน ฉันต้องทำได้ สู้ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หน้าใสไร้สิวใน 30 วัน


เพราะเรื่องสิวไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สาวๆหลายคนจะเป็นกังวลทุกครั้งที่มีสิวขึ้นบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิวผด สิวหัวดำ สิวอักเสบ หรือสิวเม็ดเล็กๆก็ตาม เจ้าสิวพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถให้มันเกิดขึ้นบนใบหน้าทั้งนั้น
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราจะมีวิธีแก้ปัญหาได้อย่างไร ให้หายขาดแล้วไม่ผุดขึ้นมาอีก วิธีที่จะทำให้คุณเป็นสาวหน้าใสไร้สิวให้ได้ภายใน 30 วัน ไปดูกันว่าต้องทำอะไรกันบ้าง
1. ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน
แม้จะรู้กันดีว่าของหวานๆมันๆ มักจะทำให้เกิดสิวได้ง่าย แต่สาวๆก็ห้ามใจไม่อยู่ทุกที นี่แหละค่ะคือพฤติกรรมอย่างแรกที่ควรปรับเปลี่ยนเลย สำหรับสาวๆทั้งหลายที่เป็นสิวอยู่ควรหลีกเลี่ยงของมันทุกชนิด แล้วเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว อย่างผักผลไม้ ที่มีแอนตี้อ็อกซิเดนท์ สำคัญสำหรับช่วงฟื้นฟูผิวมากๆเลยล่ะค่ะ
2. ยิ้มเพื่อหน้าใส
แน่นอนว่าการหมั่นทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ดังนั้นหันมายิ้มกันนะจ๊ะสาวๆ เพราะนอกจากจะทำให้สิวขึ้นยากแล้ว อารมณ์ที่ดียังทำให้หน้าไม่แก่ก่อนวัยด้วย
3. อย่าขัดหน้าบ่อยเกินไป
แม้ว่าการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความสะอาดของผิวก็ตามที แต่การขัดหน้าบ่อยๆนั้นจะไปกระตุ้นให้ผิวผลิตความมันออกมามากขึ้น และทำให้เกิดสิวได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวบ่อยเกินไป
ความถี่ของการสครับผิวที่เหมาะสมอยู่ที่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
4. ทรีทเม้นท์ผิวหน้า
เพือฟื้นฟูและบำรุงไปพร้อมๆกันอ่ะ อย่าคิดว่ากำลังแนะนำทรีทเม้นท์ราคาแพงๆ เพราะนั่นไม่จำเป็นเลยค่ะ ทรีทเม้นท์นั้นสามารถทำได้ง่ายๆที่บ้าน เช่น การพอกหน้าด้วยไข่ขาว หรือดินสอพองผสมมะนาว แค่นี้ก็ถือว่าเป็นทรีทเม้นท์ได้แล้วล่ะค่ะ แต่อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหลังพอกหน้าทุกครั้งนะคะ
5. นวดหน้าด้วยน้ำมัน
การนวดหน้าด้วยน้ำมันฟังแล้วเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้เกิดสิว แต่ความจริงไม่ใช่เลยค่ะ การนวดหน้าด้วยน้ำมันนั้นจะทำให้ผิวหน้า ได้ผ่อนคลาย ซึ่งน้ำมันที่ใช้ในการนวดหน้านั้น ได้แก่ น้ำมันลาเวนเดอร์ หรือ เปปเปอร์มินท์
6. ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยไอน้ำ
ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งวิธีการก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำน้ำเดือดมาตั้งแล้วยื่นหน้าให้ไอน้ำทำความสะอาดใบหน้าคุณ ไอน้ำจะช่วยเปิดรูขุมขน ให้สิ่งสกปรกที่ตกค้างหลุดออกมา
และนี่ก็เป็นเคล็ดไม่ลับ แถมยังทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณหันมาใส่ใจใบหน้าตัวเองซักนิด แล้วเพิ่มการปรนนิบัติผิวหน้าเข้าไปอีกหน่อย เพียงเท่านี้ คุณก็กลายเป็นสาวหน้าใสไร้สิว พร้อมจะเผยผิวใสอย่างมั่นใจได้แล้วล่ะค่ะ

มารู้จักเพื่อนหลายรูปแบบ

มิตร หมายถึง เพื่อนรักใคร่ที่คุ้นเคย
เพื่อน หมายถึง ผู้ร่วมธุระ ผู้ชอบพอรักใคร่กัน

เพื่อนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิต เพราะเราไม่สามารถที่จะอยู๋คนเดียวได้ ทุกคนเกิดมาต่างก็ต้องมีเพื่อน แต่การที่จะหาเพืื่อนที่ดีนั้นหาได้ยากนัก แล้วบุคคลที่เราเรียกว่าเพื่อนอย่างทุกวันนี้ เราแน่ใจแล้วหรือว่าเขาเป็นเพื่อนของเราจริง
เพื่อนแท้คืออะไร อย่างไหนถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้
เพื่่อนอุปการะ
- เมื่อเราประมาทช่วยรักษาตัวเรา กายเรา
- เมื่อเราประมาทช่วยรักษาทรัพย์สินของเรา
- เมื่อมีภัยสามารถเป็นที่พึ่งพำนักได้
- ช่วยเหลือด้วยการกระทำมากกว่าที่เราออกปากขอให้ช่วยเหลือ
เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข
- เปิดเผย ตรงไปตรงมา จริงใจ กล้าบอกความใน
- รักษาความลับของตัวเรา
- มีภัยอันตรายก็ไม่ทอดทิ้งกัน
- อุทิศตนให้แก่กันได้
เพื่อนแนะนำประโยชน์
- เมื่อทำชั่วเสียหายก็รู้จักห้มปราม
- แนะนำ สนับสนุนให้ตั้งอยู่ในความดี ประพฤติดี
- ให่ได้ฟัง ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟังมาก่อน
- บอกทางที่ดี ทางที่จะนำมาซึ่งความสุขให้แก่เรา
เพื่อนมีใจรัก
- เป็นทุกข์เป็นร้อนใจตามไปด้วยยามเราเกิดทุกข์
- ชื่นชมยินดี เมื่อเรามีสุข
- ทำหน้าที่ติเตียนเราเพื่อให้เรารู้จักแก้ไข
- เป็นเพื่อนที่คอยให้ความสนุบสนุนเราอยู่เสมอ

เพื่อนอีกประเภทหนึ่งที่อยากยกตัวอย่างให้ดู นั่นคือเพื่อนเทียม เพื่อนเทียวมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ลองอ่านดูกันค่ะ
เพื่อนปอกลอก
- เพื่อนที่คิดจะเอาแต่ได้ ไม่อยากเป็นผู้ให้
- หวังจะเอามากๆ แต่ชอบที่จะเสียน้อยๆ
- เห็นแต่จะเอาประโยชน์จากเพื่อน
- เวลาตัวเองมีภัยถึงจะมาช่วยงานแทนเพื่่อน
เพื่อนดีแต่พูด
- ชอบยกคำที่คนอื่นเขาพูดแล้วมาพูดเป็นคำของตัวเอง
- ชอบอ้างเอาของที่ยังไม่มีมาพูดมาคุย
- ชอบพูด หรืออยากจะช่วยในสิ่งที่หาประโยชน์ไม่ได้
- เวลาที่เพื่อนเดือดร้อนก็ชอบบอกว่าไม่ว่าง มีกิจขัดข้อง
เพื่อนหัวประจบ
- คล้อยตามเก่ง ทำผิดทำชั่วก็คล้อยตาม
- เวลาทำดีก็คล้อยตามด้วย
- เวลาอยู่ต่อหน้าก็ชมเชยสรรเสริญเยินยอ
- เมื่ออยู่ลับหลังก็มักนินทาหรือพูดจาให้ร้ายป้ายสี
เพื่อนชวนชิบหาย
- เป็นเพื่อนเวลากินเหล้า ชอบชวนกันไปกินเหล้า
- เป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน ชอบชวนกันไปเที่ยวกลางคืน
- คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่นพนัน
- เป็นเพื่อนเวลาเล่นการพนัน
ท่านลองสำรวจดูว่าบุคคลที่ท่านเรียกว่าเพื่อน หรือเพื่อนที่ท่านคบอยู่ทุกวันนี้ จัดอยู่ในลักษณะเพื่อนแท้หรือเพื่อนเทียม

มุมมองของผู้หญิงอีกหนึ่งคน

ฟังดูนะจ๊ะลูกๆทั้งหลาย อิอิ